Line ID : @tsbo-bet (มี @ ด้วยนะคะ)  /  โทร. 09-1234567-1 ถึง 3 I 086-333-8884 ถึง 6  บริการ 24 ชม.

BLOG

วิเคราะห์ศึก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย วีคแรก และโอกาสเข้ารอบในนัดที่ 2

Posted On Feb 25, 2019   อ่าน : 1273

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก การแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้กลับมาโม่แข้งอีกครั้ง นี่ก็ผ่านมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เป็นแบบน็อกเอาท์ เหย้า-เยือน ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์แรก มีการแข่งขันทั้งหมด 4 คู่ 8 ทีม สำหรับผลการแข่งขันนั้นทุกคนก็น่าจะได้ทราบกันไปแล้ว วันนี้ผมจึงอยากพาทุกคนมาพูดถึงรายละเอียดของเกมเล็กๆ น้อยๆ กับโอกาสในการผ่านเข้ารอบต่อไปของแต่ละทีม ทั้ง 4 เกมที่จบลง

วิเคราะห์ ศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

หลังกลับมาระเบิดความมันส์ ในสัปดาห์แรก มาเริ่มต้นที่…

“ผีแดง” เปิดบ้านพ่าย ปารีสฯ 0-2


นี่ถือเป็นเกมที่ได้รับความสนใจมากที่สุดใน ศึก UCL รอบ 16 ทีมสุดท้าย ประจำวีคแรกเลยทีเดียว ก่อนเกมเริ่มขึ้นมีประเด็นให้พูดถึงมากมายไม่ว่าจะเป็น การมาเยือนถิ่นเก่าของ ดิ มาเรีย, การคุม “ผีแดง” ลุยบอลยุโรปเกมแรกของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ ปารีสฯจะเป็นอย่างไร เมื่อไร้ เนย์มาร์ และ คาวานี่


ในเกมใหญ่แบบนี้ หากพูดถึงฟอร์มของทั้งคู่ถือว่าร้อนแรงมากๆ โดยเฉพาะทางฝั่งของเจ้าบ้าน ที่ยังไม่แพ้ใครรวมทุกรายการตั้งแต่ โซลชา เข้ามาคุมทีม จนถึงบัดนี้ก็ปาเข้าไป 11 เกมแล้ว ส่วนทางฝั่งทีมเยือนก็แรงไม่แพ้กัน ชนะรวด 4 เกมหลังสุด ครองบัลลังก์จ่าฝูงของลีกในเวลานี้


โดยภาพรวมของเกมเป็น เปเอสเช ทีมเยือน ที่ค่อนข้างทำได้ดีกว่า ซึ่งคนที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อังเคล ดิ มาเรีย อดีตนักเตะ “ปีศาจแดง” ที่ได้รับการต้อนรับจากแฟนบอลอย่างร้อนระอุ ซึ่งปีกชาวอาร์เจนไตน์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จัดไป 2 แอสซิสต์ ลูกแรกในนาทีที่ 54 เปิดลูกเตะมุมเข้ามาให้ คิมเพมเบ้ กระโดดยิงแสกหน้า เด เกอา เข้าไป ส่วนลูกที่ 2 อีก 6 นาทีถัดมา เป็นการเปิดเลียดจากด้านข้าง มาให้ เอ็มบัปเป้ วิ่งมายิงจ่อๆ ตุงตาข่าย และจบเกมลงด้วยผล 0-2


แต่ทว่าแค่ผลสกอร์ยังเจ็บไม่พอ เกมนี้ ยูไนเต็ด ได้รับความเสียหายอย่างหนัก นี่เป็นความพ่ายแพ้นัดแรกตั้งแต่ โซลชา เข้ามาคุมทีม และอาการบาดเจ็บของ เจสซี่ ลินการ์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกระหว่างเกม ซึ่งคาดว่าน่าจะพักราวๆ 2-3 สัปดาห์ รวมไปถึงใบเหลืองแดงของ พอล ป็อกบา ในนาทีสุดท้าย ทำให้มิดฟิลด์แชมป์โลกจะหมดสิทธ์ช่วยทีมในเกมที่ 2 ที่พวกเขาจะต้องออกไปเยือน ฝรั่งเศส


ซึ่งถ้าหากมองจากตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องดูสถิติอะไรมาก การแพ้ในบ้าน 2 ประตู ทำให้พวกเขาต้องพบกับงานช้างในนัดที่ 2 แมนยูฯ ต้องชนะ ปารีสฯ ให้ได้ด้วยสกอร์ที่ห่างตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไป จึงจะพลิกสถานการณ์กลับมาเข้ารอบ


และที่สำคัญคือพวกเขาจะไม่มี ป็อกบา ในเกมหน้า ผมจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆที่ “ปีศาจแดง” จะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย อยากให้แฟนผีทำใจเอาไว้เนิ่นๆ แต่อย่างว่าฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้ เหมือนกับที่ บาร์ซ่า เคยทำกับ ปารีสฯ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2017

โอกาสเข้ารอบ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 25% : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 75%


โรม่า เปิดบ้านเฉือน ปอร์โต 2-1


อีกคู่ในคืนวังอังคาร “หมาป่ากรุงโรม” โรม่า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เอฟซี ปอร์โต จ่าฝูงของลีกโปรตุเกส โดยเจ้าบ้านนั้นผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่ม จี อยู่อันดับ 5 บนตารางคะแนนของศึก กัลโช่ เซเรียอา ณ เวลานี้ ผลงานถือว่าไม่ค่อยดีนัก 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการชนะไปเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น


ส่วนทางฝั่งทีมเยือน เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม ดี โดยในรอบแบ่งกลุ่ม 6 นัด ยังไม่แพ้ใคร แบ่งเป็น ชนะ 5 เสมอ 1 ส่วนในลีกอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง เกมนี้เป็นไปอย่างสูสี ฝั่งเจ้าบ้านทำได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่กว่าจะมีประตูแรกก็ปาเข้าไปนาทีที่ 70 เป็น ซานิโอโล่ ที่รับลูกต่อจาก เชโก้ กดเลียดย้อนศรผ่านมือ กาซียาส เข้าไป


ก่อนที่อีก 6 นาทีถัดมาจะเป็น ซานิโอโล่ เจ้าเก่าคนเดิม ซ้ำลูกยิงกระดอนเสาของ เชโก้ เข้าไปง่ายๆ แต่ทว่าทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 79 จากการเก็บตกลูกยิงแป๊กของ โซอาเรส โดย อาเดรียน โลเปส ซัดเข้าไปจ่อๆ จบเกมด้วยสกอร์ 2-1 เกมนี้ประตูไข่แตกของทีมเยือนมีค่าอย่างยิ่ง 2-0 กับ 2-1 ต่างกันมากๆ


ในเวที UCL ลูกนี้ทำให้นัดที่ 2 ที่ โปรตุเกส นั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ แต่ยังไงทีมที่ได้เปรียบก็ยังคงเป็น โรม่า เพราะเพียงแค่เสมอก็จะทำให้พวกเขาเข้ารอบต่อไป

โอกาสเข้ารอบ : โรม่า 55% : เอฟซี ปอร์โต 45%


“ราชันชุดขาว” บุกเฉือน อาแจ็กซ์ 2-1